ครั้งที่ ๑๑ การเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครนายก

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๗

เวลา ๑๕.๑๓ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากสนามเฮลิคอปเตอร์ สวนจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรบริเวณจะสร้างอ่างเก็บน้ำช่วยเหลือพื้นที่ราบเชิงเขา อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงสนามเฮลิคอปเตอร์บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งต่อไปยังบริเวณธุดงคสถานถาวรนิมิต เสด็จขึ้นศาลากระต่ายชมจันทร์สามัคคีธรรม ทรงพระราชปฏิสันถารกับพระภาวนาพิสาลเถร [พระเทพวิมลญาณ (พระถาวร จิตฺตฺถาวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม)] จากนั้น พระราชดำเนินไปทอดพระเนตรบริเวณที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด โดยสร้างเป็นเขื่อนดินปิดกั้นคลองสีเสียด ซึ่งจะสามารถช่วยพื้นที่เพาะปลูกในเขตธุดงคสถานและพื้นที่บ้านบุงเข้ ตำบลหนองแสง รวมพื้นที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรตลอดจนการอุปโภคบริโภคได้ตลอดปีตลอดจนการขุดลอกสระน้ำเพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกตามธรรมชาติธุดงคสถาน เพื่อให้ราษฎรที่อาศัยอยู่รอบบริเวณสามารถดำรงชีพได้โดยไม่ต้องมีการบุกรุกทำลายป่าไม้ต่อไป
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังบริเวณที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกลาง บ้านซำเมย ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี โดยการสร้างเขื่อนดินปิดกั้นลำน้ำ มีขนาดความจุประมาณ ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกบริเวณบ้านซำเมย และหมู่บ้านใกล้เคียงในเขตตำบลนาหินลาด ให้มีน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ไร่ จากนั้นทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินต่อไปบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองยาง บ้านวังบอน ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก และในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี รวมพื้นที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ ให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรอย่างสมบูรณ์ ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานพระราชดำริ ความว่า จากปัญหาหลักของลุ่มน้ำนครนายก คือ การขาดแคลนน้ำเพื่อการชลประทานในพื้นที่โครงการนครนายกจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ โดยเฉพาะฤดูแล้ง ซึ่งถึงแม้ว่ารัฐบาลได้มีโครงการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปบ้างแล้ว เช่น การสร้างเหมืองฝายคลองด่าน แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะไม่มีน้ำในการเพาะปลูกพืชในฤดูฝนทุก ๒-๓ ปี ทำความเสียหายแก่พืชผลและสัตว์เลี้ยง ตลอดจนทรัพย์สินของราษฎรเป็นจำนวนมาก อันจะทำให้เป็นสาเหตุผลักดันให้คนในท้องถิ่นเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร จึงจำเป็นต้องเร่งรัดพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ให้สามารถหล่อเลี้ยงการเกษตรกรรมทุกแขนง อาทิ การเกษตร การประมง อันจะทำให้ประชาชนกลับคืนสู่ท้องถิ่น เนื่องจากสามารถพึ่งตนเองได้จากการปลูกข้าว เพื่อการบริโภคอย่างเพียงพอและจำหน่ายผลิตผลการเกษตรได้ ตลอดจนมีความเป็นอยู่อย่างมีสุขสมตามอัตภาพ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ศึกษาในรายละเอียดและวางแผนดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ โดยเร็ว พร้อมกับให้เร่งสำรวจและออกแบบก่อสร้างเพื่อช่วยเหลือราษฎรบริเวณที่ราบเชิงเขาซึ่งขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง ส่วนในฤดูฝนเขื่อนเหล่านี้จะสามารถเก็บกักน้ำไว้เพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด สำหรับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกลางและแหล่งอื่น ๆ ที่เหมาะสม ตามแนวเชิงเขาไปโดยตลอดด้วย อีกทั้งให้พื้นที่ราบระดับสูงตอนบนจะได้รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางเหล่านี้ร่วมกับพื้นที่ส่วนล่างที่จะได้รับน้ำจากเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำนครนายกที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะดำเนินการต่อไป สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามบินเฮลิคอปเตอร์ไปโรงเรียนบ้านโคกสว่าง เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อเวลา ๒๐.๔๙ น.
(สำนักราชเลขาธิการ ประมวลพระราชกรณียกิจ พ.ศ.๒๕๓๗ หน้า ๑๒๗ – ๑๒๘)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *